The Fastest Snail

วัตถุ : SCP-22807
ระดับ : Euclid

มาตรการกักพิเศษ : SCP-22807 สามารถนำไปที่ไหนก็ได้ในศูยน์วิจัยที่มีแสงสว่าง โดยต้องได้รับการอนุญาติจาก ดร.████ ก่อนการนำออกไปทุกครั้ง แต่ต้องมีคนหรือกล้องจับตามอง SCP-22807 ตลอดเวลา
หากจะทำการทดลองกับ SCP-22807 ต้องมั่นใจว่าไม่มีอะไรปิดกั่นทางระหว่างห้องที่ทดลองกับต้นไม้หน้าศูยน์วิจัย ต้องเปิดประตูทุกบานไว้
ต้องให้อาหาร SCP-22807 เป็นใบไม้แห้งจำนวนประมาณ 10-20 ใบ ทุกๆ 6 ชั่วโมง

%E0%B8%AB%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%81.jpg
รายละเอียด : SCP-22807 เป็นหอยทากสีน้ำตาล โดยรูปร่างภายนอกดูเหมือนหอยทากทั่วๆไป ยกเว้นบริเวณส่วนปลายหนวดที่เป็นตาของมัน จะเปล่งแสงสีเขียวอ่อนๆตลอดเวลา และจะเปลี่ยนเป็นสีแดง เมื่อมันหิว โดยอาหารหลักคือใบไม้แห้ง
SCP-22807 นั้นสามารถเคลี่อนที่ได้ด้วยความเร็วที่ไม่สามารถประเมิณได้ เนื่องจากไม่มีคนเห็น สิ่งที่ทำให้ SCP-22807 เคลื่อนไหวได้เร็วยังเป็นปริศนา เพราะถ้าหาก SCP-22807 ถูกจับตามอง มันจะเคลื่อนที่เสมือนหอยทากธรรมดา
ไม่ว่าจะใช้กล้องจับความเร็วตั้งไว้ตามจุดต่างๆแล้วให้เจ้าหน้าที่ออกมาจากบริเวณของ SCP-22807 มันก็จะไม่เคลื่อนไหว ราวกับรู้ตัวว่าถูกจับตามองอยู่ แต่เมื่อใดที่ไม่มีกล้องหรือใครมอง มันจะเคลื่ยนที่หายวับไปทันที ซึ่งจุดหมายปลายทางของมันจะอยู่ที่ลำต้นของต้นไม้ต้นนึงหน้าศูยน์วิจัยที่มันทุกครั้ง

SCP-22807 นั้นถูกเจอโดย ดร.████ ที่เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงในศูยน์วิจับของสถาบัน SCP ในประเทศ ████
โดย ดร.████ นั้นชอบสังเกตุสัตว์ต่างๆรอบๆศูยน์วิจัยเป็นประจำ และชอบนำเข้ามาในศูยน์เพื่อให้อาหาร ฯลฯ
โดยใน วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. ████ ดร.████ ได้นำหอยทาก 2 ตัวหน้าศูยน์วิจัยมาวางบนรางพลาสติก2แท่ง
ที่ปลายของแท่งพลาสติกหนึ่งมีใบไม้แห้งอยู่ ดร.████ ต้องการทดลองสนุกๆดูว่า ใบไม้แห้งมีผลในการทำให้หอยทากเคลื่อนไหวเร็วขึ้นหรือไม่ เมื่อ ดร.████ หันหลังไปหยิบกล้องวิดีโอและหันกลับมาก็ตกใจ เพราะหอยทากที่อยู่บนรางพลาสติกที่ไม่มีใบไม้นั้นมาอยู่ที่กองใบไม้ของอีกฝั่งหนึ่งแล้ว นอกจากนี้ เมื่อ ดร.████ สังเกตุที่หอยทากตัวนั้น พบว่ามีแสงเปล่งออกมาอ่อนๆจากในตาของมันด้วย จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เตรียมตัวนำไปจัดเก็บ แต่เมื่อหันหลังไปคุยกับเจ้าหน้าที่อื่นๆและหันกลับมา หอยทากตัวดังกล่าวก็หายไปแล้ว

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. ████ ดร.████ พบหอยทากดังกล่าวอีกครั้งที่ต้นไม้หน้าศุยน์วิจัย และตั้งชื่อว่าเป็น SCP-22807 ให้ พร้อมทั้งนำไปใส่ในกล่องพลาสติกใสรอบด้านไว้ เพื่อรอทดลองต่อไป

วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. ████ เจ้าหน้าที่ ที่ประจำอยู่ในส่วนของ SCP ที่ยังระบุระดับไม่ได้ให้อาหาร SCP-22807 มาเป็นเวลา 20 ชั่วโมงแล้ว ซึ่ง ตาของ SCP-22807 ก็เปลี่ยนแสงจากสีเขียวเป็นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด เจ้าหน้าที่ที่คุมนั้นตกใจมากถึงกับกดปุ่มฉุกเฉิน เรียกหน่วยรักษาความปลอดภัยเกือบทั้งอาคารมา รวมถึง ดร.████ ด้วย
จากนั้นได้มีการปิดล็อกห้องอย่างแน่นหน้า ตรวจสอบสารกัมมันตภาพรังสี อากาศ และสิ่งอื่นๆมากมายที่อาจเป้นอันตราย
จนสุดท้าย ได้มีเจ้าหน้าที่ลองเอาใบ้ไม้แห้งให้ SCP-22807 ดู เมื่อ SCP-22807 ขยับตัวเข้าไปกิน ตาของมันก็เปลี่ยนกลับมาเป็นสีเดิม
ดร.████ ได้ประกาศห้ามทดลองกับ SCP-22807 ด้วยการไม่ให้อาหาร เพราะด้วยความสามารถที่ยังไม่รู้จัก และ ระดับที่ยังประเมินไม่ได้ในวันนั้น

วันที่ 20 กุมภาพันธ์ ปี พ.ศ. ████ กล่องพลาสติกที่บรรจุ SCP-22807 อยู่นั้นเหม็นมาก จึงมีคำสั่งให้เปลี่ยนกล่อง ซึ่งในตอนนั้นไม่มีกล่องพลาสติกใสรอบด้านเหลืออยู่เลย เจ้าหน้าที่จึงนำกล่องใสหนูแฮมสเตอร์มาใช้แทน ซึ่งมีฝาที่ปิดทึบ เมื่อนำตัว SCP-22807 วางลงในกล่องและปิดฝาทึบ กล่องก็แตกออกทันที ประตูเหล็กที่ปิดอยู่ก็เหมือนโดนอะไรบางอย่างเจาะเป้นรู เจ้าหน้าที่ในศูยน์ต่างตื่นตระหนกรีบค้นหาตัว SCP-22807 ทันที ซึ่ง ดร.████ ที่ได้ออกไปทำธุระข้างนอกนั้นกลับมาพร้อมกับ SCP-22807 ในมือ ดร.████ บอกว่าพบมันอยู่ที่ต้นไม้หน้าศูยน์อีกแล้ว จึงได้ตั้งข้อสรุปว่า ถ้าหาก SCP-22807 หนีไปได้ จะอยู่ที่ต้นไม้ต้นนั้นเสมอ และห้ามนำกล่องหนูแฮมสเตอร์มาบรรจุ SCP-22807 อีก

วันที่ 3 มีนาคม ปี พ.ศ. ████ เกิดอุบัติเหตุจากการทดลองในศูยน์วิจัย ทำให้ไฟฟ้าดับไปชั่วขณะ เมื่อไฟฟ้ากลับมา เจ้าหน้าที่ที่ดูแลพบว่า กล่องที่บรรจุ SCP-22807 แตกออกเป็นเสี่ยงๆ ประตูเหล็กมีรู เหมือนกับครั้งก่อน จึงได้วิ่งออกไปหน้าศูยน์และพบกับ SCP-22807 ดร.████ จึงได้ตั้งข้อสังเกตุว่า SCP-22807 นั้นไม่ชอบความมืด หากโดนปิดด้วยความมืดมันจะหนีไปยังจุประจำของมัน

วันที่ 4 มีนาคม ปี พ.ศ. ████ ทีมของ ดร.████ ได้เข้าตรวจสอบตนไม้ที่ SCP-22807 ชอบหนีมาอยู่ ได้ผลว่า มันคือต้นไม้ธรรมดา ที่มีหอยทากจำนวนไม่น้อยอาัยอยู่ใกล้ จึงได้ตั้งข้อ สันนิฐานว่า SCP-22807 อาจจะเกิดที่ต้นไม้ต้นนั้น

วันที่ 25 มีนาคม ปี พ.ศ. ████ ดร.████ ได้อนุมัติการทดลองเพื่อจัดระดับของ SCP-22807 โดยการติดตั้งกล้องถ่ายภาพความเร็วสูงไว้รอบห้องที่มี SCP-22807 ทั้ง 4 ด้าน รวมถึงหน้าห้องและที่ต้นไม้ต้นดังกล่าว และจะนำฝาทึบปิดกล่องของ SCP-22807
โดยทันทีที่ความมืดปกคลุมทั้งตัวของ SCP-22807 นั้น กล่องของ SCP-22807 แตกออก กล้องทั้งหมดถูกทำลาย SCP-22807 นั้นไปอยู่บนต้นไม้ต้นนั้นแล้ว ความสามารถของ SCP-22807 ก็ยังคงเป็นปริศนา แต่ ดร.████ ได้บอกว่าเป้นการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงแน่ๆ เพราะตามทางที่ SCP-22807 ผ่านนั้น ถ้ามีอะไรขวางก็จะเป็นรูขนาดประมาณหอยทากหมดเลย จึงไม่ใช่การวาปหรือข้ามมิติ

วันที่ 30 มีนาคม ปี พ.ศ. ████ มีพนักงานลองนำใบไม้พลาสติกไปให้ SCP-22807 ซึ่งทันทีที่พนักงานคนนั้นหันหลัง เชือกรองเท้าทั้ง 2 ข้างของเขาก็ถูกผูกติดกัน หัวเข็มขัดแตกออก ซิบถูกรูดลง และกระดูมเสื้อกระเด็ดออกมาหมด รวมไปถึงกล้องภายในห้องนั้นก็ถูกทำลายด้วย ดร.████ จึงคิดว่า SCP-22807 นั้น อาจจะไม่ใช่หอยทากธรรมดา แต่อาจมีสติปัญญาความรู้สึกนึกคิดเทียบเท่ากับมนุษย์ก็เป็นได้ ในวันเดียวกันนั้น ดร.████ จึงลองนำรูบิค 3*3 มาวางในกล่องของ SCP-22807 โดยทำการสลับคละสีแล้วปิดกล้องภายในห้องรวมถึงหันหลังให้ SCP-22807 ทันทีที่ละสายตาก็มีเสียงหมุนรูบิคดังสนั่น เมื่อหันกลับมา ก็พบว่ารูบิคถูกสลับสีกลับไปเหมือนเดิมเรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้ง SCP-22807 ไม่ได้หายไปไหน ดร.████ จึงลองให้ปากกาลูกลื่น กับ กระดาษพร้อมทั้งพูดว่า "ไหนลองเขียนชื่อหรืออะไรสักอย่างสิ" เมื่อหนัหลังไป และหันกลับมา ก็เห็นกระดาษขาดเป็นชิ้นๆรวม รวมถึงหัวปากกาลูกลื่นก็แตกด้วย จึงคาดว่า ด้วยความเร็วระดับนั้น อาจจะควบคุมแรงที่เขียนไม่ได้ ส่วนวิธีการจับปากกา หรือ หมุนรูบิค รวมถึงผูกเชือกรองเท้า ยังคงเป็นปริศนาต่อไป

ปัจจุบัน ดร.████ ได้ อนุมัติให้นำ SCP-22807 ออกไปรอบๆศูยน์ได้ โดยเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จะชอบนำรูบิค เกมส์ปริศนา หรือ จิ๊กซอว์ ให้ SCP-22807 ลองเล่น ซึ่งก็มีหลายเหตุการตั้งแต่ รูบิคแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ตัวต่อจิ๊กซอว์กระเด็นออกไปรอบห้อง หรือบางทีก็ต่อเสร็จได้ด้วย เป็นสิ่งบันเทิงในศูยน์วิจัย

ภาคผนวก: จริงๆแล้ว ดร.████ ได้ตั้งระดับ SCP-22807 เป้นระดับ Safe แต่เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ได้บอกว่าด้วยพลังแบบนั้น เป็น Safe มันน้อยไป จึงจำใจให้ SCP-22807 อยู่ในระดับ Euclid ซึ่งเจ้าหน้าที่บางคนก็ยังไม่วางใจ เพราะอาจเกิดเหตุการไม่ขาดฝันได้

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License