Agent Gorn

ร่างนิยาย ภารกิจสุดสยองของเนลสัน

"เอเย่นต์เนลสันรายงานตัวครับผม!" ผมทำท่าวันทยาหัตถ์" เบื้องหน้าของผมคือหัวหน้าหน่วยของผม

เอเย่นต์สไตน์เบิร์ก ผมจะขอบอกอะไรอย่านึง ตั้งแต่ผมเข้ามาทำงานที่นี่ เขาคือคนที่ผมเดาใจยากที่สุด

ภายใต้สีหน้าที่นิ่งสงบ และแววตาที่เย็นชาเหมือนน้ำแข็ง ต่อให้คุณเป็นคนที่เฮฮา และรับมือกับความเครียดได้ดีแค่ไหน อยู่ต่อหน้าเขาทักษะเหล่านั้นจะเป็น0ในทันที

"เอาล่ะ…. เข้าเรื่องกันเถอะ" เขารีบเข้าเรื่อง

"ในฐานะที่นายเข้ามาทำงานที่หน่วยของฉันเป็นครั้งแรก ฉันจะมอบหมายภารกิจให้นาย" เขาเดินไปหยิบเอกสารใบหนึ่งขึ้นมา

เขาวางมันลงบนโต๊ะด้านหน้าเนลสัน มันเป็นแผ่นที่ของอะไรบางอย่าง เขาชี้ไปที่ตึกในภาพ


ผมไม่เข้าใจเลย ตึกนี้มันตึกร้างชัดๆ ผมพึ่งจะเข้ามาเป็น MTF ได้ไม่ถึงอาทิตย์ผมต้องมาทำหน้าที่แรกคือการสำรวจตึกร้างคนเดียวตอนกลาวคืนนี้เหรอ

แต่ผมว่าสไตน์เบิร์กคงมีเหตุผลบางอย่างแน่นอน

"หยุดได้แล้วเนลสัน นายเจอเรื่องเสี่ยงตายมาเยอะแล้ว กะอีแค่ตึกโง่จะทำให้นายบ่นเป็นเด็กขี้แยเหรอ" ผมกำm-16ในมือผมแน่น และเดินเข้าไปในตึก

ตึกนี้น่าจะมีประมาณห้าชั้นได้ รูปทรงสี่เหลี่ยมแบบตึกทั่วไป กว้างพอสมควรน่าจะประมาณ 20 เมตรได้ สิ่งที่ผมสงสัยคือ บริเวณชั้นสองตรงขวาสุดมันไม่มีหน้าต่าง

ผมไม่ใส่ใจอะไรมาก ผมค่อยๆย่องไปที่ประตู มันเป็นประตูเหล็กที่เก่าและขึ้นสนิม ส่วนที่ควรจะมีลูกบิดอยู่กลับหลุดออกไป

ผมค่อยๆดันประตูเข้าไปอย่างช้าๆ พยายามไม่ให้เกิดเสียง

ข้างหน้าผมคือทางเดินยาว บนหลังคามีหยากไย่เกาะเต็มไปหมด

ผมเปิดไฟฉายที่ติดที่ปืน ผมเกิดผงะขึ้น

กำแพงที่ทางเดินยาวเต็มไปด้วยคราบคล้ายๆเลือดแห้งๆติดอยู่ แต่สิ่งที่ทำให้ผมผงะคือ คราบบนกำแพงจำนวนมากเหมือนหน้าคนมาก

ใบหน้าเหล่านั้นดูสยดสยอง บางหน้าเป็นหน้าของหญิงชราที่มีตากลมโตผิดมนุษย์ บางหน้าเป็นหน้าของชายหัวล้านที่ปากมีรอยแผลจนเห็นฟันโผล่ออกมา

ผมพยายามไม่สนใจพวกมัน และเดินต่อไป ซักพักผมได้ยินเสียงเหมือนของแข็งกระทบกันถี่ๆ ดังมาจากข้างหลัง

ผมหันไปดูก็ไม่พบอะไรนอกจากประตูที่เปิดค้างไว้กับใบหน้าบนกำแพง

ผมรีบเดินต่อไปหวังจะเดินออกจากใบหน้าบ้าๆพวกนั้นให้เร็วที่สุด

ผมมาถึงห้องโถงชั้นแรก ผมแปลกใจมากเมื่อพบว่าห้องโถงสะอาดมากผิดกับทางเดินยาว

ตรงกล้าห้องมีโต๊ะยาวประมาณห้าเมตรวางอยู่ และมีเก้าอี้ไม้ทรงกลมวางอยู่รอบๆมันประมาณ7ตัว

บนเพดานมีโคมไฟระย้าติดอยู่แต่ตอนนี้ยังไม่มีแสง ที่ริมห้องด้านขวามีโซฟาสีแดงดูมีราคาวาวอยู่สลับกับชั้นหนังสือ

พื้นห้องทำจากไม้และมีพรมสีดำปูอยู่

ผมเห็นบรรไดที่จะพาไปสู่ชั้นต่อไป มันเป็นบันไดไม้เก่าๆพาไปสู่ชั้นบน

ผมเดินขึ้นไปเพราะไม่คิดว่าชั้นหนึ่งจะมีอะไรน่าสนใจ

ทุกครั้งที่ผมเดินขึ้นไปจะเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าดทำให้ผมกังวลใจอยู่บ้างว่าถ้ามีใครอยู่ที่นี่พวกเขาจะได้ยินผมไหม

เมื่อผมเดินขึ้นมาข้างๆผมพบบันได้ไปอีกชั้น ผมมองไปที่มุมมืดไฟฉายส่องเข้าไปและพบทางเดินยาวอีก แต่มีประตูห้องอยู่สามประตู สองห้องแรกอยู่ตรงกำแพงของทางเดิน ส่วนห้องสุดท้ายอยู่สุดทางเดิน

จากผมไปห้องสุดทางเดินคงไกลพอสมควร ผมตัดสินใจเข้าไปในห้องแรก ผมตกใจจนเกือบร้อง

ในห้องมืดๆนั่นผมเห็นร่างของคนจำนวนมากยืนอยู่ตามจุดต่างๆในห้องในกริยาท่าทางที่บิดเบี้ยวผิดมนุษย์ก่อนที่แสงไฟจากไฟฉายจะไปกระทบร่างเหล่านั้น

"อ๋อ หุ่นลองเสื้อนี่เอง"ผมพูดกับตัวเอง มันพอจะทำให้ผมใจเย็นขึ้นมาได้บ้าง

พวกมันยืนหันหลังให้ผมหันหน้าไปทางหน้าต่างที่มีแสงจันทร์ส่องเข้ามา

ผมลดปืนลงก่อนจะเดินออกจากห้อง

!!!

ผมตกใจก่อนที่ผมจะปิดประตูสนิท หางตาผมเหมือนจะไปเห็นพวกมันบิดหัวของพวกมันจ้องมองผม

"เนลสัน นายแค่ตาฝาดน่ะ" ผมบอกตัวเอง

ทันทีที่ปิดประตูสนิท ผมได้ยินเสียงอะไรบางอย่างเหมือนเสียงสวดมนตร์

มันดังมากห้องตรงสุดทางเดิน ถ้าเทียบจากภายนอกผมเดาว่ามันน่าจะเป็นห้องที่ไม่มีหน้าต่าง

ผมแนบหูฟังประตูไม้ เสียงสวดมนตร์ก็หายไปแต่ผมกลับได้ยินเสียงบ่นพึมพำที่ฟังไม่ได้ศัพท์ดังมาจากข้างใน

ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นกลุ่มคนหรือลัทธิอะไรบางอย่างกำลังทำพิธี

ผมใช้เวลาคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าผมควรจะทำยังไงดี ถ้าพวกเขาไม่มีอาวุธก็คงจะดีไปแต่ใครจะไปรู้ล่ะ

"เอาไงเอากันวะ" ผมกระซิบ

ผมใช้เท้าถีบประตูเข้าไป และยกปืนขึ้นมาชี้เข้าไปในห้อง

ในห้องนั้นมืดพอสมควร มีกลุ่มคนจำนวนซัก 20 คนมีทั้งหญิงทั้งชาย พวกเขากำลังนั่งล้อมรอบเสาต้นหนึ่ง มันเป็นเสาสีขาวทรงกรีก สูงน่าจะซักสามเมตร

ที่ยอดเสามีกะโหลกของสัตว์พวกแพะที่ถูกสลักสัญลักษณ์บางอย่างไว้กลางหน้าผาก

คนเหล่านั้นก้มหน้าไม่สนใจผมแม้ผมจะเข้ามาแล้ว

แต่ทันไดนั้น ปืนผมเกือบหลุดจากมือ ผมยังไม่ทันจะได้ทำอะไร พวกเขา ไม่สิ พวกมัน พวกมันทุกตัวเงยหน้าขึ้นมาจ้องผมพร้อมกันเป็นสายตาเดียว

ผิวของมันซีดขาว ดวงตาของพวกมันเรืองแสงในความมืดเหมือนตาแมวตอนสะท้อนแสง

ทันไดนั้น ห้องทั้งห้องก็สว่างขึ้น หลอดไฟกลางห้องอยู่ๆก็ติดอย่างไม่ทราบสาเหตุ พวกมันหายไปแล้ว

ไม่ผิดหรอก พวกมันหายไปทันทีที่แสงไฟสว่างขึ้น

ผมพอแล้วกับการสำรวจที่นี่ ผมรู้ว่ามันอาจจะมีอะไรมากกว่านั้นแต่ ผมขอผ่าน ผมยอมโดน
สไตน์เบิร์กสั่งวิดพื้น 1000 ครั้งยังดีกว่ามาเจออะไรแบบนี้

"เฮ้ยยย! " ผมร้องเสียงหลง ไอ้พวกหุ่นบ้าจากห้องแรก พวกมันออกมาจากห้องได้ไง พวกมันยืนบังเส้นทางออกไปบรรไดไว้

"ออกไปนะ!!!" ผมทำเสียงดุใส่พวกมัน

พวกมันยิ้ม รอยยิ้มของพวกมันน่ากลัวมาก พวกมันเดินมาหาผม

ปังๆๆ

ผมลั่นไกใส่พวกมันจนร่างของพวกมันแตกเป็นชิ้นส่วน แต่มันไม่จบแค่นั้นล่ะสิ

ชิ้นส่วนแตกๆของมันค่อยๆคลานเข้ามาหาผม ส่วนหัวแตกๆของพวกมันกลิ้งไปบนพื้นและจ้องมองผมด้วยรอยยิ้มสยอง

ไม่มีทางหนี ผมตัดสินใจวิ่งเข้าไปในห้องที่สองประตูเปิดออกอย่างง่าย

มันเป็นห้องโล่งๆ ไม่มีอะไรมีโคมไฟห้อยลงมากลางห้องพร้อมสวิสแบบดึง ที่หลังห้องมีหน้าตางบางนึง

ผมล็อกประตู ประตูเป็นที่ล็อคแบบโซ่คล้อง แต่ไอ้หุ่นบ้านนั่น มันสอดมือนับสิบของพวกมันลอดประตูเข้ามาก่อนผมจะได้ปิดมันสนิท

ผมถอยออกห่าง และยิงมือของพวกมันซ้ำจนแตกละเอียดไป2 เศษชิ้นส่วนที่แตกละเอียดของพวกมันหยุดการเคลื่อนไหว

มือข้างอื่นๆเหมือนจะรับรู้ถึงอันตราย พวกมันค่อยๆออกไปจากประตูจนหมด ตามด้วยเสียงกร็อบแกร็บข้างนอก ราวกับพวกมันค่อยๆห่างออกไป

ผมโล่งอกขึ้นมานิดนึงแต่ยังไม่ไว้ใจ

ผมตัดสินใจว่าจะอยู่ในห้องนี้จนเช้า แล้วผมจะหาทางออกไป

ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมเห็นคืออะไร แต่ผมควรจะหยุดคิดได้แล้ว

เนื่องจากห้องมันมืดไปหน่อย ผมจึงตัดสินใจเปิดไฟที่กลางห้องและเดินไปที่ประตูเพื่อเช็คว่ามันล็อคสนิทดี

ตึ้ง!!!

เสียงที่ดังมาจากข้างหลังทำให้ผมสะดุ้ง ผมรีบหันกลับมามองก่อนที่จะทรุดลงไปเพราะความกลัว

ที่หน้าต่างไอ้หุ่นบ้านั่นตัวนึงมันเกาะหน้าต่างห้องและจ้องมองผิมด้วยรอยยิ้มนั่น มันพยายามจะพังกระจกเข้ามา ตามด้วยมือของพวกมันอีกสี่คลานมาเกาะที่กนะจก

นี่มันชั้นสองนะเฮ้ยและไม่มีที่ให้พวกมันยืนได้แน่นอน

แต่ที่ผมกลัวกว่านั้นคือ ถัดจากจุดที่ผมยืนอยู่ไปไม่ถึงสามสิบเซน มันมีเงาที่สะท้อนหลอดไฟลงบนพื้นของคนสามคนทั้งๆที่ตรงนั้นไม่มีใคร

ตลอดเวลาที่ผมเข้ามาหลบในห้องนี้ พวกมันยืนอยู่หลังผมตลอดเลยหรือเนี่ย

เงาค่อยๆเคลื่อนเข้ามาหาผมพร้อมเสียงหัวเราะ คิกคัก

เพล้งงง!!

ไอ้หุ่นบ้านั่น มันทุบกระจกสำเร็จ เศษแก้วปลิวมาบาดแก้มผมจนเป็นรอย

ผมรีบวิ่งออกไปข้างนอกห้องและวิ่งลงบันไดโดยไม่สนใจพวกหุ่นที่รายล้อม ผมวิ่งลงบันไดและวิ่งผ่านห้องโถงไปที่ทางเดินยาวที่ผมเข้ามาครั้งแรก

ประตูเหล็กมันปิด ผมเปิดไม่ออก ผมกราดกระสุนใส่มันจนหมด มันไม่ขยับเขยื้อนเลย

กรักกกกๆ

ผมได้ยินเสียงของแข็งกระทบกันเหมือนตอนแรกที่เข้ามา ผมหันไปดู

ใบหน้าบนกำแพง ตอนนี้มันไม่ได้เป็นรูปวาดอีกต่อไปแล้ว

ตอนนี้มันกลายเป็นใบหน้าของคน คนที่มีเนื้อมีหนังจริงๆยื่นออกมานอกกำแพง

พวกมันจ้องมองผมด้วยดวงตาที่กรวงโบ๋ พวกมันยิ้มและทำฟันกระทบกันเป็นเสียง กรักกกๆ

ผมสลบไป

SCP TH

Unless otherwise stated, the content of this page is licensed under Creative Commons Attribution-ShareAlike 3.0 License